Facilitator Skill,Requirement Gathering,Retrospective,Testing

ลองอธิบายสิ่งที่ตนเข้าใจด้วย … คำถาม

ผมเป็นคนที่มีปัญหามากกับการไม่มั่นใจในสิ่งที่พึ่งจะคุยกันไป ไม่ว่าจะเป็นผมเข้าใจในที่สิ่งทุกคนสื่อออกมาไหม หรือคนอื่น ๆ ในกลุ่มจะเข้าใจสิ่งที่ผมสื่อออกมาหรือเปล่า ซึ่งวิธีการก่อนหน้านี้ของผมก็มักจะเป็น พยายามถามย้ำในสิ่งที่ผมฟังในมุมมองของผม ซึ่งแน่นอนมันก็ได้รู้ว่าผมเข้าใจมันถูกหรือไม่ แต่สิ่งที่ผมยังไม่ค่อยมั่นใจ และมักจะกลับมากังวลก็คือแล้วคนอื่น ๆ หล่ะเข้าใจตรงกันกับที่ผมเข้าใจหรือเปล่า

สรุปสิ่งสำคัญที่สุดแล้วลองตั้งคำถามของคำตอบนั้น

แต่จากที่ได้ไปเรียน Class CSD ที่สอนโดย Terry ผมก็ได้มีโอกาสเจอ วิธีการที่ผมคิดว่าสามารถแก้ปัญหาที่ผมเจออยู่นี้ได้ อาจจะไม่ตรงกับที่ผมต้องการมากนักแต่ก็คงต้องหาโอกาสเอาไปลองใช้ดู สิ่งที่ Terry เอามาให้พวกผมที่อยู่ใน Class ได้ลองเกิดขึ้น หลังจากจบ Session เช้าของวันแรก Terry ให้การบ้านอันนึงไว้ก่อนที่ทุกคนไปกินข้าวกันกลางวันกัน (หลังจากทำกิจกรรม Backlog Refinement) สิ่งที่ Terry ให้เราทำก็คือ ให้ลองนึกทบทวนถึงสิ่งที่ผ่านมาในช่วงเช้า แล้วให้ลองสรุปเรื่องที่ตัวเองคิดว่าสำคัญที่สุดมา 1 เรื่อง (ก็ปกติอะนะ) แต่ที่สะดุดใจผมก็คือ ให้สรุปมันออกมาเป็นคำถาม ที่จะตอบสิ่งที่สำคัญนั้น … (เริ่มน่าสนใจ) แล้วเขียนคำถามนั้นลงใน Card ขนาดเล็กเพื่อส่งให้เขา (สารภาพว่าตรงนี้ผมปล่อยไก่ตัวเบ้อเร่อ ด้วยการฟังภาษาอังกฤษอันยอดเยี่ยมของผม ผมจึงเขียนทั้งคำถามและคำตอบของผมลงไปใน Card ใบนั้น T-T)

แลกกันถาม แลกกันตอบ

ว่าแล้วผมก็ลุยงานกันต่อจนลืม Card ที่เขียนคำถามเหล่านั้นไปจนหมด (จริง ๆ แล้วเพราะช่วงบ่ายผมต้องกลับไปประชุมสำคัญด้วยแหละ เลยไม่รู้ว่าเขาเอาคำถามเหล่านั้นไปเล่นอะไรต่อหรือเปล่า) จนมาถึงวันที่ 2 อยู่ ๆ เขาก็ให้เข้ามานั่งล้อมวงกัน … เขาก็เกริ่นด้วยบอกประมาณว่า เมื่อวานเราพูดกันเรื่องอะไรบ้างไปในตอนเช้า แล้วจำได้ไหมเขาให้การบ้านอะไรไป แน่นอนผมคิดว่าทุกคนในชั้นจำได้เพราะพึ่งทำไปเมื่อวาน ว่าแล้วเขาก็เอา Card ของแต่ละคนที่เขียนไว้มาแจก โดยไม่ให้เจ้าของ Card ได้คำถามของตัวเอง แล้วก็ก็ให้แต่ละคนลองตอบคำถามที่ตัวเองได้รับ และให้คนที่เขียนคำถามเสริม หรืออธิบายคำตอบที่ตัวเองคิดไว้ ไม่ว่าจะตรงกัน หรือตรงกันข้าม

wpid-wp-1405110309154.jpg

 

ผลของการแชร์กัน

ผมเริ่มรู้สึกว่า วิธีนี้มันเป็นวิธีที่ง่าย ๆ แต่ได้ผลลัพท์ที่ยอมเยี่ยมมาก ตัวอย่างเช่น

บางคนมีคำถามเหมือนกัน : จุดแรกที่ผมสังเกตุได้ในกิจกรรมนี้คือ มีหลายคนในกลุ่มที่มีคำถามออกมาในแนวทางเดียวกัน ผมไม่มั่นใจว่าอาจจะเป็นเพราะเรื่องที่เรียนรู้มันไม่ได้หลากหลายมาก หรือเปล่า แต่ก็ทำให้รู้สึกร่วมได้ว่ามีหลาย ๆ คนสนใจในเรื่องเดียวกับเรานะ

แต่ละคนมีคำตอบไม่เหมือนกัน : จุดที่สองผมสังเกตุได้คือ คนตั้งคำถามกับคนที่ได้ตอบคำถาม มีส่วนนึงที่คิดไม่เหมือนกัน มองกันคนละมุม ถึงแม้แก่นของคำตอบจะออกมาคล้าย ๆ กัน (ก็แน่หล่ะเรียนมาพร้อมกันนี่) แต่ก็มีหลาย ๆ ส่วนที่ไม่เหมือนกัน เกิดการพูดคุยกันและเข้าใจสิ่งที่เราได้เรียนรู้มากขึ้นไปอีก

นอกจากคู่คนถามตอบคนอื่น ๆ ก็ได้มีส่วนร่วม : จริง ๆ ส่วนนึงที่เกิดจากกิจกรรมนี้คือ คนที่ไม่ใช่คู่ถามตอบก็มีสิทธิที่จะคิดตาม แถมยังได้มีโอกาสเปรียบเทียบคำตอบของเราเองอยู่ในใจ และส่วนเสริมที่ Terry ถามเป็นบางครั้งว่าคนอื่น ๆ มีอะไรเสริมไหม ก็ช่วยกระตุ้นให้เกิดปฏิสัมพันธ์กันในกลุ่มมากขึ้น

แต่ละคนสนใจคนละเรื่อง : ผมรู้สึกว่าอันนี้สำคัญมาก ๆ เนื่องจากแต่ละคนมาจากพื้นฐานที่ไม่เหมือนกัน มีความชอบความประทับใจในเรื่องที่ตัวเองได้รับต่างกัน กิจกรรมนี้จึงเป็นเหมือนการแชร์มุมมองของกันและกัน คำถามหลาย ๆ คำถามที่ออกมานั้นผมเองไม่ได้นึกเลยว่ามันเป็นเรื่องสำคัญนะ พอมีคนถามจึงฉุกคิดได้ว่า เอ่อ … จริง ๆ เรื่องพวกนี้ก็สำคัญไม่แพ้เรื่องที่เราถาม เพียงแต่เราอาจจะ Focus น้อยกว่า

พอจบคำถามทุกคำถามแล้ว สุดท้ายในกลุ่มก็ได้คำถามสรุปทั้งหมดที่เป็นเรื่องสำคัญที่ เรียน/ปฏิบัติ กันไปเมื่อวาน แถมยังให้ความรู้สึกว่าเป็นการสรุปร่วมกันของทุกคนอีกด้วย ตัวอย่างคำถามและคำตอบในวันแรกของ CSD มีดังนี้ (ปล. ผมปรับคำถามนิดหน่อย)

  • When should the PO (Product Owner) be involved ? : ทุกเวลาที่คุณต้องการ อย่าตัดสินใจแทน อย่ารับความเสี่ยงที่อาจจะผิดพลาด ไม่ใช่แค่เฉพาะ Refinement หรือ Planning
  • What kind of question that used to clearify with PO ? : ask -> What, How : don’t ask -> Why : ใช้คำถามปลายเปิดก่อน แล้วค่อย ๆ บีบขอบเขตลง confirm กันด้วย scenario หรือ data test , please him/her to give an example
  • How to collaborate with the large team without lost the information : ใช้วิธีแบ่งกลุ่มย่อย แล้วก็เวียนกันเพื่อ Share ความรู้กัน (สลับ Pair)

สรุป

จากที่ได้ลองวิธีการแบบนี้ ผมได้เล่าความรู้สึกประทับใจให้คุณจั๊วฟัง แกบอกว่าเป็นอีก 1 facilitator skill แต่ส่วนตัวสำหรับวิธีการนี้นั้น เป็นวิธีการที่ทำให้เกิดความเข้าใจในเรื่องเดียวกันของเราทุกคนชัดเจนขึ้น ไม่ว่าจะได้เห็นมุมมองในการให้ความสำคัญที่แตกต่างออกไปของแต่ละคน วิธีการที่ทุกคนจดจำรายละเอียด มีการแชร์ความคิดความรู้สึกในเรื่องต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น แถมยังสามารถเอาสิ่งที่ทุกคนคิด ทุกคนเข้าใจ มาสรุปได้เป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้นด้วย ดีกว่าการมานั่งถาม ๆ ตอบ ๆ ว่าเข้าใจไหม ใครไม่เข้าใจตรงไหน แบบที่ผมทำอยู่ … ผมว่าผมจะลองเอาวิธีการนี้ไปใช้ดูครับ

credit image : http://assets.kingletas.com/wp-content/uploads/2013/04/Question-People.jpg

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s