Agile,Career Path,Coach,Life

Growing You : ลงทุนเพื่อเติบโต

ช่วงนี้ได้มีโอกาสได้เรียนรู้อะไรหลาย ๆ อย่าง ในมุมมองที่เปลี่ยนไปจากเดิมมากขึ้น สิ่งนึงที่ได้ทำคือการอ่านหนังสือมากขึ้น จากการที่โค้ชหนุ่ม (Prathan D.) ให้การบ้านว่าที่ ScrumMaster และ Agile Coach ทุกคนของ gosoft ไปอ่านหนังสือ เพื่อเพิมพูนความรู้ของตัวเอง ซึ่งหนึ่งในหนังสือที่ถูกเลือกมาให้อ่าน ก็คือ Agile Coaching ของ Rachel Davies และ Liz Sedley แน่นอนว่าตัวผมเองซึ่งความรู้ความสามารถในการอ่านภาษาอังกฤษน้อยมาก ที่ผ่าน ๆ มาการอ่านหนังสือภาษาอังกฤษเป็นอุปสรรคนึงในการเรียนรู้ของผมเลยก็ว่าได้ รวมถึงยิ่งต้องทำความเข้าใจเนื้อหาเพื่อสรุปความมาคุยกันในทีมโค้ช ยิ่งต้องทำการบ้านเยอะพอสมควร หนังสือบางเล่มผมใช้เวลากับบาง paragraph ต้องอ่านทวน 2 – 3 รอบ เพราะทั้งเกิดเหตุการณ์อ่านแล้วหลุดคิดเรื่องอื่น ๆ ไป แถมบางครั้งเจอคำศัพท์อะไรไม่คุ้น ก็พาลอ่านแล้วไม่เข้าใจอะไรใน paragraph นั้นเลยก็มี … แต่สำหรับหนังสือเล่มนี้ ต้องยอมรับว่าเป็นหนังสือที่อ่านแล้วเพลินมาก อ่านแล้วสนุกน่าติดตาม มี Case Study ให้อ่านกันตลอด ๆ แต่จุดที่ผมชอบที่สุดในหนังสือเล่มนี้ อยู่ที่บทสุดท้าย ซึ่งมีชื่อว่า Growing You ผมเลยอยากจะสรุปไว้เพื่อเป็นการเตือนความจำให้ตัวผมเอง และเผื่อว่าจะมีประโยชน์กันเพื่อน ๆ

sdcoach

จุดแรกที่ทำให้ผมชื่นชอบในบทนี้คือคำโปรยของบทที่ว่า

Invest in yourself. : ลงทุนในตัวของคุณเอง

ซึ่งในหนังสือบทก่อนหน้านี้ จะพูดถึงวิธีการ หรือแนวทางในการช่วยให้ทีมสามารถทำงานได้ด้วยตัวเอง โดยใช้ Skill ต่าง ๆ ที่เราควรต้องมี แต่ในบทนี้เขาให้กลับมามองตัวเราเอง ตัวเราเองซึ่งมีหน้าที่เป็น Change Agent คอยทำหน้าที่ปรับแนวคิด ปรับการทำงานของทีม หรือคนอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อให้สามารถนำประโยชน์จากแนวคิดของ Agile หรือ Scrum มาใช้ให้ได้เกิดประโยชน์สูงสุด การเป็น Change Agent ก็ต้องแสดงให้เห็นว่าตัวเราเองก็กำลังเดินในแนวทาง และวิธีปฏิบัติแบบนั้นอยู่ ไม่ว่าจะเป็นการประเมิณความสามารถของตัวเองเพื่อให้เราได้รู้ว่าเราอยู่ในจุดไหน การลงมือทำงานให้สำเร็จในระยะเวลาสั้น ๆ ที่กำหนด เพื่อให้ได้ Feedback จากการทำงานนั้น ๆ และสุดท้ายคือการเรียนรู้จาก Feedback เหล่านั้นเพื่อหาทางพัฒนาตัวเองในมุมมองต่าง ๆ ไม่ให้เดินยำ่ในความผิดพลาดเดิม ๆ ซึ่งในแต่ละการเรียนรู้เพื่อปรับปรุง ก็อาจจะมีหลาย ๆ สิ่งที่สามารถทำได้ เราจำเป็นต้องเลือกลงทุนในตัวเลือกที่มีอยู่ แล้วจัดสรร Effort ที่มีน้อยนิดของเราให้เกิดประโยชน์คุ้มค่าที่สุด ซึ่งหลาย ๆ ครั้งที่เราลงทุนไปอาจจะไม่ได้กลับมาเป็นสิ่งที่เราต้องการก็เป็นได้ ซึ่งผมมองว่ามันเป็นเรื่องปกติในการเรียนรู้ “ลงทุนในตัวของคุณเอง” ซะ

หาหนทางในการเรียนรู้ของตัวเอง

แน่นอนว่าหนทางของการเติบโต หนทางของการเรียนรู้มีได้หลายทางมาก ๆ ไม่ว่าจะเป็นการอ่านหนังสือ การอ่านบทความตามที่ต่าง ๆ ฟังพวก Podcasts พูดคุยกับคนที่ทั้งอยู่ในลักษณะงานเดียวกัน หรือคนอื่น ๆ เพื่อเก็บประสบการณ์จากการแลกเปลี่ยน หรือจะเป็น Learning by Doing ก็อาจจะเป็นวิธีที่ดีที่เกิดจากการลงมือทำจริง ๆ ซึ่งในหนังสือบอก Idea บางอย่างมาให้เราบ้างเช่น

  • กำหนดว่าจะอ่าน Technical Book เดือนละเล่ม
  • เริ่มเขียน Blog ของตัวเอง
  • หาทาง Open source project มา Contribute
  • แชร์เรืองที่เราเรียน ใน Community เพื่อให้เกิดการเรียนรู้มากขึ้น
  • ฟัง Podcasts ในส่วนที่เกี่ยวกับงานของคุณ
  • หาเวลาว่างเดือนละครั้งเข้าไป Event ในกลุ่มที่คุณสนใจ

เราสามารถเรียนรู้ได้ทั้งในแนวลึก ไม่ว่าจะเป็นเรียนรู้วิจัยในเรื่องใดเรื่องนึง/อ่านหนังสือทุกลเ่มที่เกี่ยวกับเรื่องนั้น หรือ เราอาจจะเรียนรู้ในเรื่องทั่ว ๆ ไป โดยการเรียนรู้นั้นควรจะกำหนดเวลาที่ชัดเจน และเรียนรู้ในเวลาที่เรากำหนด ซึ่งอีกหนึ่งทางเลือกของการเรียนรู้คือการออกไปนอกกรอบของการเรียนรู้บ้าง เพราะบางครั้งปัญหาที่เราเจออยู่อาจจะเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นแล้วในอุตสาหกรรมอื่น ๆ และเราเองก็สามารถจะนำแนวคิด แนวทางเหล่านั้นมาใช้เป็นประโยชน์กับเราได้

แชร์ในสิ่งที่เราได้เรียนรู้มา

แชร์ความรู้ความเข้าใจในสิ่งที่เราพึ่งเรียนรู้มาให้กับคนอื่น ๆ เป็นอีกวิธีที่หนังสือแนะนำให้ทำ ลองหาโอกาสในการแบ่งปันใน topic ต่าง ๆ ไปยังกลุ่มคนที่สนใจ รวมไปถึงการให้ Presentation ที่เราใช้ ในเวลาที่เราไปพูดหรือไปสอนใคร จะยิ่งส่งเสริมความมั่นใจในสิ่งที่เราได้เรียนรู้มา ซึ่งในการแชร์ในโอกาสต่าง ๆ จะได้มีโอกาสในการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และมุมมองกับคนฟัง ทำให้เกิดการถามตอบ เกิดการเรียนรู้จากคำถามที่เขาถามเรา และคำถามที่เราถามกลับไปยังเขา “การเกิดการแลกเปลี่ยนทำให้เราโตขึ้น”

หาคลาสเพื่อไปเรียนเพิ่มเติม

คลาส Training ที่เกี่ยวกับการโค้ช การ Facilitate การฝึกความเป็นผู้นำ รวมถึงทักษะการเข้าถึงคน มักจะเป็นในลักษณะของ Training แบบ Role Play หรือ การสร้างบทบาทสมมุติ บน Environment ที่ไม่มีผลกับการทำงานจริง ซึ่งยอมให้เราได้มีโอกาสลองผิดลองถูก และเรียนรู้ในสถานการณ์ต่าง ๆ ที่คลาสนั้นสร้างขึ้นมา นอกจากคลาสประเภท Role Play แล้ว เขายังแนะนำว่ามี Certificate เกี่ยวกับการ Coaching บางตัวที่น่าสนใจ

วางแผนในการพัฒนาตัวเอง

นอกจากหาทางเรียนรู้ แชร์ในสิ่งที่เราได้เรียน สิ่งสำคัญที่เขาแนะนำอีกอย่างคือการสร้าง Personal Development Plan ของตัวเองขึ้นมา โดยการทำ/หา งานที่เราสนใจ สร้าง Goal และพยายามไปให้ถึง โดยสิ่งที่ต้องคำนึงถึงในการวางแผนคือ ระยะเวลาและค่าใช้จ่ายในการลงทุนพัฒนาตัวเอง สิ่งนึงที่หนังสือบอกว่าเขา Surprise มากเวลาที่จะไปบอกให้ใคร อ่านหนังสือ หรือทำอะไรเพื่อพัฒนาตัวเอง คนส่วนใหญ่มักจะบอกว่าก็ให้บริษัทลงทุนซื้อหนังสือ ลงทุนส่งเขาไปเรียนสิ เพื่อให้ตัวเขาเองได้พัฒนาตัวเองบ้าง ถ้าบริษัทไม่ลงทุนเรื่องพวกนี้แล้วจะมาหวังให้เขาทำนุ่นทำนี่เพื่อพัฒนาตัวเองได้ยังไง ผู้เขียนมองว่าแนวความคิดแบบนี้ท้าทายต่อการทำงานในฐานะโค้ชมาก ในฐานะโค้ชการไปบอกให้คนอื่น ๆ เรียนรู้ บอกให้คนอื่น ๆ พัฒนาตัวเอง ถ้าแม้แต่เรายังไม่เรียนรู้เพิ่มเติม ยังไม่พัฒนาตัวเอง เราจะกล้าไปบอกคนอื่น ๆ ได้ยังไง สำหรับผมการลงทุนเพื่อการเรียนรู้ ไม่ว่าจะไปหาคลาสเรียน ไปเจอคนที่มีความรู้เพื่อได้แลกเปลี่ยนมุมมอง หรือการไปเข้ากลุ่มที่สนใจเรื่องเดียวกัน เป็นลงทุนเพื่อตัวเราเองทั้งนั้น การลงทุนเหล่านี้ผลตอบแทนที่ได้ก็กลับมาหาเราเอง สำหรับคนที่รอคอยให้ใครมาลงทุนในการพัฒนาตัวเราเองอยู่ ให้ลองมองกลับกันว่าแม้แต่ตัวมึงเองยังไม่พยายามที่จะพัฒนาตัวเอง แล้วใครหน้าไหนจะลงทุนเพื่อให้คุณพัฒนา เพราะฉะนั้นการวางแผนให้ตัวเอง แล้วเอาไปให้ผู้บริหารดูย่อมเป็นการเลือกที่จะสร้างเส้นทางเดินของตัวเราเองมากกว่า รอให้คนอื่นที่ไม่รู้จักเรามาสร้างหนทางเดินให้เราเสียเอง …

สร้างเครือข่ายการเรียนรู้ของคุณเอง

การได้มีโอกาสได้เจอกคนอื่น ๆ ซึ่งสนใจในเรื่องเดียวกับเรา บางครั้งก็ช่วยเราในการ Reset ทิศทางที่เรากำลังเดิน การที่เราทำงานอยู่แต่กับใน Environment เดิม ๆ เจอแต่กับปัญหาเดิม ๆ บางครั้งก็ทำให้เราลืมมองภาพรวม ลืมเป้าหมายที่กำหนด การได้เอาสิ่งที่เราทำ สิ่งที่เราเจอ ไปพูดคุยแลกเปลี่ยนใน Event ต่าง ๆ ได้ฟังเหตุการณ์จากที่ต่าง ๆ ในสถานการณ์ต่าง ๆ รวมถึงรับรู้วิธีรับมือสถานการณ์นั้น ช่วยให้เรามองภาพอะไร ๆ ชัดยิ่งขึ้น

ทางเลือกอื่น ๆ 

นอกจากสิ่งต่าง ๆ ที่ว่ามาหนังสือยังกล่าวถึงสิ่งที่ควรทำเพื่อพัฒนาทักษะของตัวเราเอง เพื่อให้ได้เป็น Agile Coach ที่ดี ที่เหมาะสมกับตัวเรา เช่น

  • ไปงาน Conference
  • Join กับ User Groups ต่าง ๆ เกี่ยวกับ Agile เช่น agile66
  • หาเวลา Reflections ตัวเองในสิ่งที่ทำไป
  • Keep a Journal : เขียน Own Diary
  • หา Coach ให้ตัวเองสักคน
  • หาเวลาพักซะบ้าง relax บ้าง
  • be kind to yourself and others
  • อย่าค้างเติ่งอยู่กับที่ ย้ายไปทีมอื่น/เพิ่มคน/โค้ชคนตำแหน่งอื่น ๆ หรือเป็นโค้ชให้คนอื่น

สรุป

จริง ๆ ที่ผมชอบบทนี้อาจจะเป็นเพราะ ผมรู้สึกได้ว่าการเรียนรู้ เป็นการทำเพื่อให้เราเติบโตขึ้นจริง ๆ เหมือนกับชื่บทของหนังสือ รวมถึงการที่เราบอกให้คนอื่น ๆ เป็น self manage ตัวเราเองก็ต้อง self manage ด้วย การวางแผน เพื่อจะลงทุนเพื่อสร้างตัวเราขึ้นมา ให้เป็นในแบบที่เราต้องการ ก็เป็นส่วนนึงของการ self manage เช่นกัน เพราะฉะนั้นมันน่าจะดีกว่าที่เราสามารถที่จะกำหนดชะตาชีวิตให้กับตัวเราเอง ว่าเราจะเรียนรู้อะไร มากแค่ไหน สามารถที่จะบอกได้ว่าเราจะลงทุนเวลาและทรัพยากรที่มีจำกัดของเรากับอะไร มากกว่าที่จะให้คนอื่น ๆ มาบอก ส่วนเรื่องว่าการลงทุนเรียนรู้อะไรต่าง ๆ เหล่านั้นจะคุ้มหรือเปล่า ก็ขึ้นอยู่กับเราเอง แต่มีคำกล่าวอันนึงซึ่ง #โค้ชแอมม์ ของ gosoft แปลว่าดีมาก ๆ และขอยืมมาใช้คือ “การเรียนรู้คือกการลงทุน ลงทุนทั้งเวลาและทรัพยากรต่าง ๆ มากมาย จริงอยู่เราย่อมจะหวังผลลัพท์มากมายจากการลงทุน แต่ถึงจะไม่ได้อะไรมาเลยจากการลงทุน การเรียนรู้นั่นแหละคือรางวัลที่ได้รับจากการลงทุนแล้ว …”

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s